Just bought ticket
- No Comments »
- Posted in Uncategorized
January 31st, 2010 by Khun Cherie
การเตรียมเงิน เพื่อขอวีซ่านักเรียนประเทศอังกฤษ
วันนี้ พี่เชอรี่จะมาแนะนำเรื่องการเตรียมเงิน หรือ สเตทเม้นท์ เพื่อขอวีซ่านักเรียนอังกฤษนะคะ น้องๆหลายคนคงสงสัยว่าจะต้องมีเท่าไหร่แน่ เพราะเมื่อก่อนก็ต้องเดากันไปว่า ต้องเตรียมเท่าไหร่ถึงจะผ่าน ตอนนี้การยื่นวีซ่านักเรียนของอังกฤษ เรียกว่า ระบบ Point Based system เป็นระบบคะแนนค่ะ ซึ่งน้องๆจะได้ 30 คะแนน เมื่อโรงเรียนตอบรับเข้าเรียน และ อีก 10 คะแนน มาจากการโชว์ว่าเรามีเงินเพียงพอในการกินอยู่ที่อังกฤษค่ะ
ก่อนอื่นต้องขออธิบายเป็นข้อๆนะคะ จะได้ไม่งงค่ะ
1. น้องต้องโชว์เงินเป็นชื่อของน้องเอง ซึ่งตรงนี้แนะนำว่าเป็นบัญชีออมทรัพย์ค่ะ บัญชีฝากประจำ บัญชีโอดี หรือกระแสรายวัน อยู่ในเกรย์แอเรีย ไม่แนะนำค่ะ แนะนำเป็นบัญชีออมทรัพย์ดีกว่าค่ะ ชัวร์ๆ ถ้าน้องๆไม่สามารถที่จะไปเปิดบัญชีหรือว่าเอาเงินเข้าเป็นชื่อตัวเองได้ น้องๆสามารถใช้บัญชีของผู้ปกครองได้ค่ะ อย่างไรก็ตามผุ้ปกครอง ต้องเป็นผู้ปกครองตามกฏหมายค่ะ คือเป็นคุณพ่อคุณแม่แท้ๆ คุณพ่อคุณแม่บุญธรรม (ตามกฏหมาย) หรือว่าผู้ดูแลตามกฏหมาย ทุกอย่างต้องมีเอกสารเช่น ใบเกิด ใบจากศาลเพื่อยืนยันการอุปการะบุตรบุญธรรม หรือใบจากศาลยืนยันว่าเป็นผู้ปกครองตามกฏหมายของน้องๆค่ะ น้องๆไม่สามารถให้เพื่อน ญาติ หรือแฟนมาเป็นสปอนเซอร์ได้อีกต่อไปแล้ว ถ้าเค้าจะช่วยเงินตรงนั้นแนะนำให้ฝากเป็นชื่อน้องเอง หรือว่าเป็นชื่อร่วมค่ะ ซึ่งตรงนี้ตอนขอวีซ่าน้องต้องโชว์รายละเอียดของคนที่มีบัญชีร่วมกันด้วยค่ะ
2. จำนวนเงินในบัญชีที่ต้องมีคือ
ถ้า อยู่ในลอนดอนให้นับไป เดือนละ 800 ปอนด์ค่ะ ตัดที่ 9 เดือนค่ะ ถ้าน้องเรียนต่ำกว่า 9 เดือน น้องก็นับเดือนแล้วก็ใช้ 800 ปอนด์คูณเอาเช่น
เรียน 28 สัปดาห์ นับเป็น 7 เดือน คูณ 800 ปอนด์ นั่นคือ น้องๆต้องมีเงินในบัญชีที่จะโชว์ 5600 ปอนด์ แล้วน้องก็ต้องคูณด้วยเรทของวันนั้นๆเช่น คูณ 55 บาทต่อปอนด์ ได้เท่ากับ 308000 พี่เชอรี่แนะนำน้องๆเตรียมไว้ 3 แสนห้าค่ะ เผื่อเหลือเผื่อขาดค่ะ แล้วแต่เรทเงินด้วยค่ะ
ถ้าน้องเรียนมากกว่า 9 เดือน อันนี้ก้อตัดที่ 9 เดือน คือ 7200 ปอนด์ ส่วนใหญ่พี่เชอรีจะแนะนำให้มีเงินอยู่ประมาณ 4 แสนห้าค่ะ น้องๆไม่จำเป็นต้องเตรียมเยอะกว่านี้เพราะว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรค่ะ เค้าขอให้เราโชว์แค่นี้เราก็โชว์แค่นี้เค้าไม่มีสิทธิ์มาปฏิเสธเราค่ะ อย่างไรก็ตามการเตรียมเงินตรงนี้เป็นกรณีที่น้องจ่ายค่าเรียนเต็มก่อนที่จะ ได้จดหมายวีซ่า หรือ CAS นะคะ ถ้าน้องๆ ยังไม่ได้จ่ายค่าเรียน 4 แสนห้าไม่พอนะคะ
สิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะเตรียมบัญชี ถ้าน้องจะจ่ายเงินโรงเรียนหลังได้วีซ่าคือ น้องต้องเอา จำนวนเดือนที่เรียน คูณด้วย 800 จากนั้นบวกด้วยค่าเรียน เช่น
น้องมาเรียน work&study 40 สัปดาห์ น้องต้องเตรียมเงิน 800 x 9 = 7200 จากนั้นบวกด้วยค่าเรียน สมมุติว่า 2300 ปอนด์ ดังนั้น น้องต้องเตรียมเงิน 7200 + 2300 = 9500 ปอนด์ค่ะ เพื่อโชว์ให้ทางสถานทูตดูค่ะ อันนี้คิดเป็นเงินไทย 522500 ค่ะ ถ้าคูณด้วยเรท 55 บาทต่อปอนด์ค่ะ พี่ก็จะแนะนำให้น้องเตรียมประมาณ 6 แสน ค่ะ ขึ้นอยู่กับเรท กลัวว่าเตรียมไว้แล้ววันสุดท้ายเรทพรุ่งพรวดเดี๋ยวต้องเตรียมกันใหม่แย่เลย ค่ะ
ถ้าน้องๆไม่ได้จะมาเรียนในลอนดอน การเตรียมเงินจะเป็นในลักษณะเดียวกันค่ะ แต่ว่าน้อยกว่า น้องต้องใช้ 600 ปอนด์คูณด้วยจำนวนเดือน และ ตัดที่ 9 เดือนเช่นกันค่ะ
ตัวอย่างเช่น มาเรียน 8 เดือนน้องต้องโชว์เงิน 8 x 600 =4800 ปอนด์ค่ะอันนี้อยุ่ทีประมาณ 4800 x55 = 264000 พี่แนะนำเตรียมไว้ประมาณ 3 แสนค่ะ ถ้าน้องๆมา 11 เดือน น้องเตรียมแค่ 9 เดือน เพราะตัดที่ 9 เดือน นั่นค่ะ 5400 ค่ะ นั่นคือประมาณ 3 แสนค่ะ น้องๆเตรียมไว้ประมาณ 3 แสนห้าได้เลยค่ะ อย่างไรก็ตาม พี่อยากให้น้องๆ ถือตัวเลขเงินปอนด์เป็นหลักนะคะ ไม่ใช่เงินไทย เพราะเรทเงินเปลี่ยนตลอดค่ะ หวังว่าคงเข้าใจค่ะ
3. เงินต้องแช่อยู่ในบัญชี อย่างต่ำ 28 วันค่ะ พี่เชอรี่จะสอนน้องๆนับอยุ่เรื่อยๆ นะคะ พี่ขอสอนเคล็ดลับละกันค่ะ พี่แนะนำว่าง่ายๆ คิดไว้หนึ่งเดือนดีกว่า คือถ้าฝาก วันที่ 28 น้องก็นับไปว่าเงินจะครบกำหนด วันที่ 28 ของเดือนถัดไปค่ะ น้องๆบางคนอาจจะมีเงินในบัญชีตนเอง หรือบัญชีผู้ปกครองที่ใช้อยู่ประจำ น้องๆต้องคอยดูยอดนะคะว่าไม่ให้ต่ำกว่าจำนวนที่น้องกำหนดเช่น ถ้าน้องต้องมี 4 แสนห้า น้องก็ต้องเก็บยอดให้เป็น 4 แสนห้าทุกวันตลอดทั้งเดือน ตัวอย่างเช่น น้องมีเงินในบัญชี
เริ่มต้น ที่ 30000 บาท น้องต้องมีทั้งหมด สี่แสนห้าเพื่อโขว์ น้องต้องเอาเงินเข้าไปให้ได้ สี่แสนห้า พอดีว่าบัญชีนี้เป็นบัญชีเงินเดือน น้องใช้อยู่ตลอดเวลา น้องอาจจะเอาเงินเข้าครั้งแรก 4 แสนก่อน วันที่ 1 จากนั้น เข้าอีกที่ 5 หมื่นวันที่ 5 แสดงว่าน้องมีอยุ่ 4 แสน 8 หมื่นบาท น้องจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 5 ค่ะ เพราะว่าเงินมากกว่า 4 แสนห้าแล้วค่ะ จากนั้นอาจจะเอาเงินออกได้ เข้าได้ แต่ว่ายอดแต่ละวันห้ามต่ำกว่า ยอด 4 แสนห้าค่ะ ถ้าวันไหนยอดลดลงมาต่ำกว่า 4 แสนห้า พี่ขอให้คำนวณให้แน่ใจว่าไม่ต่ำกว่ายอดที่กำหนดคือ 7200 ปอนด์ ถ้าต่ำกว่าแนะนำให้นับใหม่ตั้งแต่ต้นค่ะ
4. เอกสารทางการเงิน สิ่งที่น้องต้องเตรียม อาจจะเป็น
สเตทเม้นท์
บุคแบงค์ตัวจริง
จดหมายรับรองฐานะการเงิน
• สเตทเม้นท์ น้องต้องขอ 1 เดือน เพื่อให้ทางสถานทูตดูความเคลื่อนไหว ของยอดเงินค่ะ วันสุดท้ายในสเตทเม้นท์ต้องไม่เกิน 1 เดือนของวันที่ยื่นวีซ่าค่ะ สำคัญมากคือ ทุกสิ่งทุกอย่างในสเตทเม้นท์ ต้องเอาไปแปล ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษค่ะ พี่ไม่แนะนำให้เสี่ยงส่งไป เพราะบางคนโดนปฏิเสธมาแล้วค่ะ
• บุคแบงค์ตัวจริง น้องต้องเอาไปถ่ายเอกสารทุกหน้า ให้ธนาคาร แสตมป์ตราและเซ็นต์ให้ค่ะ แปลหน้าชื่อหน้าแรกนะคะ ต้องไปแปลที่ๆ เป็นที่ยอมรับนะคะ แล้วก้อแนบไปกับก๊อปปี้และตัวจริงค่ะ ในกรณีที่น้องจะขอให้ทางธนาคารเปลี่ยนชื่อบนเล่มเป็นภาษาอังกฤษ น้องทำได้ตอนเปิดบัญชีใหม่ หรือว่า ยังเหลืออีก 1 เดือนกว่าจะยื่นวีซ่า แต่ถ้าน้องคิดว่าจะให้เค้าเปลี่ยนให้ 1 วันก่อนยื่นวีซ่า เพราะว่าไม่อยากไปเสียเงินแปล พี่แนะนำว่าอย่าทำค่ะ เพราะยอดที่แช่ไว้ หรือ เลี้ยงไว้ก็จะหายไปจากเล่มด้วยค่ะ
• จดหมายรับรองฐานะการเงิน น้องๆต้องธนาคารทำให้เป็นพิเศษค่ะ น้องๆต้องโชว์ยอดเงินวันนั้นๆที่ไปขอนะคะ เรทแลกเปลี่ยนเงินวันนั้นๆ และ ยอดที่แปลงเป็นเงินปอนด์แล้ว ถ้าน้องๆได้ยอดโดยประมาณมา พี่ขอบอกไว้เลยว่าใช้ไม่ได้ค่ะ แล้วถ้าน้องๆได้ยอดมาแต่ว่าเป็นยอดวันที่แช่เงินไว้ ไม่ใช่วันปัจจุบันแต่ธนาคารไม่สามารถทำให้ได้ อันนี้มีวิธีค่ะ ต้องอธิบายยาวนิดนึง แต่ว่าน้องๆที่มากับ Advice For You จะไปทำได้ ไม่เคยมีปัญหาค่ะ อีกทั้งน้องๆที่มากับเราจะได้ตัวอย่างเอกสารที่น้องจะเอาไปยื่นให้กับธนาคาร และให้เค้าทำตามนั้นด้วยค่ะ
อันนี้ติดต่อขอกับพี่เชอรี่ได้นะคะ ถ้าน้องสมัครมากับทางเราแล้วยังไม่ได้ตัวอย่างค่ะ
น้องๆ ที่ ไปทำจดหมายรับรองฐานะการเงิน หรือว่า bank guarantee พี่จะแนะนำให้น้องเติมประโยคที่ว่าเงินอยู่ในบัญชีไม่ต่ำกว่า 28 วันไปด้วยค่ะ ซึ่งตรงนี้สำนักงานใหญ่จะทำให้ไม่มีปัญหาค่ะ
พี่เชอ รี่ก็หวังว่าน้องๆคงกระจ่างกันมาบ้างเรื่องเตรียมเงินเพื่อขอวีซ่าค่ะ ถ้าน้องๆยังลังเลและกำลังจะตัดสินใจไปเรียนภาษาหรือทำงานในประเทศอังกฤษ ติดต่อเราได้เลยโดยตรงที่ Bangkok@adviceforyou.org.uk หรือโทรหาเพื่อสมัครเรียนได้ที่ 02 610 3939 ค่ะ สนใจอ่านเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.thailand.adviceforyou.org.uk เรื่องสเตทเม้นท์ไม่ยากอีกต่อไปค่ะ ปรึกษาเราได้ด้วยความยินดีค่ะ
January 19th, 2010 by Khun Cherie
คิดดูก่อนตัดสินใจไปทำงาน work & Study
น้องๆ หลายๆคน คงเคยได้ยินโครงการ นี้มาบ้างแล้ว หลายๆคนอยากมา เพื่อพัฒนาภาษา หาเงิน เก็บเงินเรียนต่อ เบื่อชีวิตที่ไทย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีแฟนไม่มีใครต้องห่วง ก็เลยมาหาประสบการณ์ และอีกหลายๆเหตุผล อันนี้เป็นเหตุผลส่วนตัวของน้องๆ พี่จะไม่พูดถึง พี่จะพูดถึงการมาเรียนและทำงานดีกว่า เผื่อว่าน้องๆอ่านแล้วจะได้ตัดสินใจถูกว่าตรงนี้มันสำหรับเราหรือไม่นะคะ คือพี่อยากแนะนำว่าลองอ่านตรงนี้ก่อนค่ะ ถ้าน้องคิดว่ารับได้ รีบสมัครมาเลยค่ะ เพราะมาแล้วได้ประโยชน์แน่แต่ว่าของพวกนนี้มันไม่ใช่สำหรับทุกคน
ข้อดีของโครงการนี้ (พี่เอามาจาก dek-d.com)
ประโยชน์ที่จะได้รับแน่ๆ จากโครงการนี้ ได้แก่
- ได้เรียนและฝึกภาษาอังกฤษ
- ได้ฝึกงานในบริษัทหรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับ
- รับประกันว่ามีงานให้ทำแน่นอน
- เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวอังกฤษแท้ๆ
- ได้ท่องเที่ยวภายในเครือสหราชอาณาจักรและยุโรป
- ได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันสอนภาษาอังกฤษหลังเรียนจบ
- ได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน
สิ่งที่น้องจะเรียน:
ตอน นี้โครงการนี้ ส่วนใหญ่โรงเรียนเค้าจะสอนเป็นแบบว่าพัฒนาทักษะทางด้านพื้นฐานอาชีพ เช่นการสมัครงาน การสัมภาษณ์ การเขียนเรซูเม่ การทำรายงาน ฯลฯ และเรียนภาษาจากการทำงานด้วยประสบการณ์จริง ถ้าน้องๆที่ต้องการเรียนภาษา ภาษา พี่แนะนำว่าให้เช็คก่อนว่าหลักสูตรจริงๆของแต่ละโรงเรียนเป็นอย่างไรและมี เรียนภาษาบ้างหรือไม่ค่ะ
ลำบากแน่นอน แบ่งเป็นลำบากกาย และลำบากใจค่ะ
ลำบากกาย
งาน หนัก อันนี้ไม่ได้ขู่อ่ะ ลำบากแน่ๆ งานเป็นงานที่น้องไม่ได้เรียนมาก่อนนะคะ เช่น งานเสิร์ฟ งานแม่บ้าน ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนสอนค่ะ ต้องมาเรียนรุ้เองค่ะ ทำงานหนักแน่ๆ ไม่ต้องกลัว อีกอย่าง ทุกคนที่มาทำงานที่ต่างประเทศ พองานหนักๆ เราก็จะพูดว่า เราไม่ได้จบ ตรี จบโท เพื่อมาล้างจานนะ หรือว่าล้างส้วมนะ เฮ้อ เชื่อพี่ ทุกคนคิดมาแล้ว ถ้าวันไหน น้องคิดอย่างนั้น หรือร้องไห้ อย่าคิดว่าเราไม่อดทนค่ะ เราอดทนแต่ว่าสิ่งแวดล้อมมันพาไปค่ะ ไม่ผิดค่ะ คิดได้ คิดว่าเราไม่ได้ล้างจานหรือล้างส้วมตลอดชีวิตค่ะ เรามาทำงาน งานก็คืองาน ทำเสร็จก็เสร็จกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
พี่ขอยก ตัวอย่างตารางการทำงานง่ายๆ ของโครงการนี้นะคะ ว่า ถ้าน้องมาทำงานในครัว น้องอาจจะต้องตื่นตี 5 ครึ่ง เพื่อเตรียมอาหารเช้ากว่าจะเสร็จอะไรต่ออะไร อย่างต่ำๆก็ สิบโมงเช้า น้องจะได้พักประมาณ ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น ประมาณ สิบเอ็ดโมงครึ่งน้องจะต้องเริ่มเตรียมอาหารเพื่อให้ลูกค้ากินกลางวันค่ะ เสร็จประมาณบ่ายสอง ถ้าเสิร์ฟก็จะเสร็จประมาณ บ่ายสามค่ะ จากนั้นน้องก็เตรียมงานเพื่ออาหารเย็นประมาณ ห้าโมงครึ่งและทำจนถึงประมาณ ห้าทุ่มค่ะ อันนี้คือทั่วๆไปนะคะ เฉลี่ยแล้วน้องทำ ประมาณ 40 ชม ต่อสัปดาห์ค่ะ ถ้างานเป็นพวกงานแม่บ้าน งานอาจจะยากกว่านิด คือบางคนอาจจะไม่ชอบทำเตียง หรือล้างห้องน้ำ แต่ว่าน้องทำงานอาจจะเป็นเวลากว่าคือทำห้องตั้งแต่เช้า มาเริ่มประมาณ หกโมงเช้าถ้าทำงานเสร็จ ก้อเสร็จกันค่ะ ส่วนถ้าน้องทำงานที่ Hostel และ Bed & breakfast เล็กๆ น้องอาจจะต้องทำทุกอย่างเลย ทั้งในครัวและแม่บ้านและรีเซฟชั่น อันนี้พี่พูดถึงเล็กๆนะ แบบว่า สิบห้อง ทั้งโรงแรมอะไรเงี้ย ตำแหน่งงานที่น้องจะได้โดยทั่วไปเรียกว่า General Assistant คือทำทุกอย่าง เค้าสั่งให้ทำอะไรก็ทำค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าลำบากแล้วจะไม่ดีเสมอไปนะคะ น้องบางคนได้ใช้ภาษาเยอะมากๆ น้องบางคนก็สนุกกับการทำงาน คือตั้งหน้าตั้งตาทำ น้องบางคนเก็บเงินได้เยอะ เพราะว่ามีทิป น้องบางคนทำงานหนักแต่ว่าได้โอที ก้อได้เก็บเงินเยอะค่ะ
ข้อ แนะนำที่พี่อยากให้ก็คือว่า ตอนไปทำงาน เค้าจะให้น้องเซ็นต์สัญญา เค้าอาจจะจ่ายเป็นชั่วโมง หรือจ่ายเหมาเป็นสัปดาห์ อันนี้แล้วแต่ที่ค่ะ ถ้าน้องจ่ายเป็นชั่วโมง ช่วงที่Low season ลูกค้าเค้าอาจจะน้อย น้องบางคนอาจจะได้ทำงานน้อยชม ค่ะ ส่วนน้องที่เหมามาทำเท่าไหร่ก็ได้แต่เค้าจ่ายเป็นจำนวน นึงๆ อันนี้ถ้าช่วง โล น้องอาจจะว่างมาก แต่ว่าได้จ่ายเท่าเดิมค่ะ ช่วง Low season คือ ช่วงตั้งแต่มกราคมถึง ต้นมีนาคมค่ะ งานน้อยค่ะ ช่วงนี้ ถ้าน้องจะสมัครมา พยายามนับเดือนนะคะ ช่วงที่งานเยอะมากๆคือช่วงคริสต์มาสค่ะ
ลำบากใจ
ต้อง ปรับตัวเข้ากับคนอื่น เวลาทำงานน้องจะไม่ได้แบบว่ามีเพื่อนคนไทยร่วมกันทำงานนะคะ น้องต้องทำงานร่วมกับเพื่อนชาวต่างชาติด้วยค่ะ ไอ้เพื่อนต่างชาติเนี่ยตัวดี เพราะว่าปรับไม่ถูกแต่ละคนก็ต่างกันไป บางคนก็ขี้บ่น บางคนก็ขี้โมโห บางคนก็ขี้เกียจค่ะ อันนี้ก็ต้องทำใจค่ะ บางทีทะเลาะกันก็มีค่ะ อย่างไรก็ตามถ้าเค้าขอให้ทำอะไร แล้วน้องไม่อยากทำ อย่าเป็นคนไทย เกรงใจเค้าค่ะ บอกเค้าไปเลยว่าเราไม่ทำ เพราะว่าถ้าถึงตาเค้าแล้วเราขอเค้า เค้าไม่ทำให้เราหรอกค่ะ เดี๋ยวจะเสียใจเปล่าๆ แต่ถ้าน้องยินดีทำให้เค้าก็ทำไปค่ะ อย่าคิดมาก เพราะว่าคนต่างชาติเค้าพูดตรงๆค่ะ เค้าไม่ทำเค้าก้อไม่ทำ ไม่มีเกรงใจ อย่าไปคิดว่าเค้าเห็นแก่ตัวค่ะ แค่วัฒนธรรมของเค้าเท่านั้นเองค่ะ พวกชาติที่น่าจะเข้ากับคนไทยเราได้น่าจะเป็นพวกอเมริกาใต้ค่ะ บราซิล คิวบา โคลัมเบีย อะไรพวกนี้ คล้ายๆเราค่ะ ใจเย็น สบายๆ ช่วยๆกัน น่าจะเป็นเพราะว่าอากาศบ้านเค้าและลักษณะด้านการพัฒนาใกล้เคียงกับเราค่ะ
เจ้า นายชาวอังกฤษ ชาวยุโรป ก็ต้องทำใจค่ะ บางทีเราเห็นเค้าได้งานดีกว่าและเค้าไม่ทำอะไร หัวก็ช้า ขี้เกียจมาก อะไรงี้ก็ต้องทำใจค่ะ อย่าคิดมาก เค้าก็จะใช้งานเราค่ะ ให้เราเร่งๆทำ ว่าเราเจ็บๆ อันนี้ก็ต้องยอมค่ะ เรามาทำงาน ทำที่ไหนก็โดนค่ะ ไม่มีที่ว่าแล้วเรียกมาปลอบใจแน่นอน ทำใจ ก้มหน้าก้มตาทำไปค่ะ เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องเจออยู่แล้วค่ะ ข้อดีคือ ว่าแล้วจบเป็นทีๆไปค่ะ ไม่ค่อยมีใครเก็บเอามาคิดมากหรือว่าเกลียดเราค่ะ
ตัวพี่กลับเห็นว่า ดีค่ะ เรามาตรงนี้ฝึกความอดทน เราไม่ได้อยู่กับเค้าตลอดชีวิต ทำเสร็จๆไปแล้วก็ผ่านไปค่ะ กลุ้มใจไปเสียใจไป แย่กับเราเปล่าๆค่ะ อันนี้ให้กำลังใจค่ะน้องๆ
ได้เงินไม่เท่าที่คิด
ก่อนอื่นพี่ ขอบอกเลยว่าน้องๆน่าจะได้เงินประมาณเท่าๆกันคือ หักทุกอย่างแล้วประมาณ 150 – 160 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ อันนี้ไม่รวมทิป อย่าคิดว่าน้องจะมาตั้งตัว ได้เป็นล้านครึ่งล้านนะคะ ถ้าใครบอกว่าได้อย่างนั้นก็อย่าไปเชื่อเดี๋ยวจะผิดหวังค่ะ น้องจะได้รับค่าแรงขั้นต่ำค่ะ ตอนนี้ £5.80 (Jan 2010) ถ้าน้องอายุมากกว่า 22 ปีค่ะ สิ่งที่เค้าจะหักไปคือ ภาษี ประกันสังคม (NI) ค่าที่พัก และค่าอาหาร เงินตรงนี้ที่ได้ก็เก็บเต็มๆค่ะ น้องอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้เพราะว่าบางที่ที่ไปทำงานมันอยู่ไกลเหลือเกิน ค่ะ
น้องบางคนที่คิดว่าตัวเองน่าจะทำงานในลอนดอน และหางานเองได้มากกว่า พี่แนะนำว่ามาคอร์สภาษาอย่างเดียวแล้วหางานทำดีกว่าค่ะ อันนี้ในกรณีเช่น น้องบางคนที่มีความสามารถพิเศษเช่น บาร์เทนเดอร์ นวดไทย ฯลฯ จะได้ไม่ต้องมาคิดเปลี่ยนคอร์สที่นี่ค่ะ
เค้าส่งเราไปที่ไหนไม่รู้
อัน นี้พี่ก็ไม่รู้ก่อนนะคะ ถ้าน้องคิดว่าน้องไม่เป็นไร อยู่ไหนก็ได้ ไม่กลัวเหงา พี่ว่ามันก็ท้าทายดีค่ะ บางหมู่บ้านในสก๊อตแลนด์ มีคนทั้งหมุ่บ้านแค่ สี่สิบคนค่ะ อันนี้เรื่องจริง ดังนั้น น้องๆที่เบื่อชีวิตแล้วอยากมาทำงาน ถามตัวเองก่อนนะคะ ว่าถ้าโดนส่งไปที่ ที่ไม่ค่อยมีอะไร (ไม่ใช่ว่าทุกที่จะมีที่ให้ชอปปิ้ง หรือว่าบาร์ให้ดื่มนะคะ บางที่ไม่มีเลย) ถ้าน้องไปอยู่อย่างนั้นแล้วทำให้ยิ่งเบื่อเข้าไปอีก ถ้าคิดว่าทนไหว สมัครมาเลยค่ะ ถ้าน้องๆคิดว่าเราสู้ตายค่ะ ที่ไหนหนูก็ไป คิดว่าอะไรที่ไม่เคยเจอเป็นสีสันของชีวิต ไม่ใช่คนเบื่อง่าย สมัครมาเลยค่ะน้อง
สถาบันที่เราเลือกเรียนคอร์สนี้
การเลือก สถาบันในการมาคอร์ส work & study ก็คงเหมือนตอนที่น้องเลือกที่เรียนค่ะ แต่จริงๆแล้วในยูเค มีไม่กี่ที่ค่ะ และส่วนใหญ่จะได้มาตรฐานทั้งนั้นค่ะ เพราะว่าทุกสถาบันที่จะออกจดหมายให้น้องๆขอวีซ่าได้ต้องได้รับการลงทะเบียน กับ UKBA เดี๋ยวนี้เค้ามีการเข้าไปตรวจแบบไม่บอกไม่กล่าวอีกต่างหากด้วยค่ะ ดังนั้นไว้ใจได้ค่ะ มีอีกอย่างคือบางทีสถาบันได้รับการตรวจและถูกระงับใบลงทะเบียนนั้นๆชั่วคราว ดังนั้น เวลาน้องจะไปขอวีซ่าก็จะโดนปฏิเสธค่ะ หรือว่าเค้าจะเก็บใบสมัครวีซ่าเอาไว้จนกว่าเค้าจะตัดสินว่าเค้าจะให้ใบลง ทะเบียนโรงเรียนนั้นๆคืนหรือว่าระงับไปเลย ดังนั้นก่อนน้องสมัครทุกคอร์ส ขอให้น้องเช็คกับเอเจนท์ก่อนนะคะว่าให้เค้าเช็คลิสทางอินเตอร์เนตที่อัพเด ทของอาทิตย์นั้นๆค่ะ ถ้าอัพเดทแล้วสมัครไปแล้ว แล้วโรงเรียนโดนระงับช่วงเราขอวีซ่าพอดีก็ถือว่าดวงไม่ดีค่ะ แต่เช็คก่อนค่ะดีกว่าค่ะกันเหนียว ทางแอดไวส์ฟอร์ยูจะเช็คทุกสัปดาห์ค่ะ ทุกวันจันทร์
ถ้าโรงเรียนได้มาตรฐาน แล้วสิ่งที่ควรดูคือว่าเราอยากไปเรียนที่ไหนน่ะค่ะ มีอยู่หลายโรงเรียนที่อยู่ในลอนดอน ก่อนสมัคร น้องอาจจะต้องเช็คว่าโรงเรียนอยู่กลางใจเมืองลอนดอนตามที่หลายๆที่โฆษณากัน หรือเปล่า ลองเข้าเวปโรงเรียนไปดู รหัสไปรษณีย์นะคะ ถ้ามี W1, WC1, WC2, EC1 มีที่อื่นอีกนะคะ พี่จำได้ไม่หมด พวกนี้ก้อในเมืองจริงๆค่ะ แต่ถ้าอันอื่นอาจจะต้องเช็คค่ะ
ขนาดของโรงเรียน ก็สำคัญไม่ใช่ว่าโรงเรียนเล็กๆ จะแย่เสมอไปค่ะ แล้วน้องๆที่จะมาเรียนในลอนดอน ไม่ต้องหวังว่าจะมีสวนให้วิ่งเล่นนะคะ ทุกที่จะอยุ่เป็นตึกๆกันทั้งนั้นค่ะ ถ้าโชคดีหน่อยอาจจะมี Roof Top ให้นั่งเล่นค่ะ
อายุเป็นเพียงตัวเลข จริงหรือ
สำหรับคอร์สนี้ บางโรงเรียนไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขค่ะ เค้ารับถึงแค่ 30 ปี หรือ 35 ปีค่ะ แต่ว่ามากกว่า 35 ปีก็มีนะคะ อันนี้หลังไมค์ได้ค่ะ พี่กลับคิดว่าอายุมากกว่ามาโปรแกรมนี้น่าจะได้อะไรกลับไปเยอะ เพราะความอดทนมากกว่า ผ่านอะไรมาเยอะแล้วอ่ะค่ะ ส่วนน้องๆที่อายุน้อยๆ แล้วต้องการมาโครงการนี้ พี่อยากให้คิดอีกที เพราะพี่ว่าเรียนภาษาเฉยๆ อาจจะสนุกกว่า มาคอร์สนี้บางทีเหนื่อย และต้องเจออะไรต่ออะไรเยอะด้วยนะคะ ต้องมีอีคิว พอสมควรเลยค่ะ น้องที่อายุต่ำกว่า 22 ปี อาจจะต้องคิดหนักก่อนสมัคร (รึเปล่า) เพราะว่าเวลาน้องมาทำงาน ทำงานเท่ากันกะคนอื่นแต่ได้เงินน้อยกว่านะคะ ค่าแรงขั้นต่ำของคนที่อายุ 22 ปีขึ้นไปคือ 5.80 ปอนด์ต่อชั่วโมง คนที่อายุ ต่ำกว่าก็จะได้ต่ำกว่านี้ด้วยค่ะ
เรื่องการขอวีซ่า
วีซ่า เป็นเรื่องที่น้องๆทุกคนกังวล พี่ก็กังวลค่ะ บางทีนอนไม่หลับเลยทีเดียว อยากให้น้องๆ รู้ว่าตอนนี้วีซ่านักเรียนจะเป็น Tier 4 ซึ่งใช้ระบบคะแนน ถ้าน้องได้คะแนนตามที่เค้ากำหนดน้องก็ได้วีซ่า อย่างไรก็ตามเอกสารต้องเป๊ะๆ จริงๆ ถ้าเอเจนท์น้องบอกว่าให้เตรียมอะไร พี่อยากให้น้องๆจัดการเตรียมตามที่เค้าขอมาค่ะ อย่าคิดเองว่าน่าจะได้ เพราะว่าตอนนี้มันไม่ได้แล้วค่ะ ต้องเป๊ะๆ อันนี้มีอะไรเมล์มาคุยกันได้ค่ะ
ที่ พี่คิดได้ตอนนี้มีแค่นี้ ถ้ามีอะไรเพิ่มอีก พี่จะเอามาลงเพิ่มนะคะ ถ้าน้องๆสนใจ น้องสามารถเข้ามาพูดคุยกับพี่ในเฟสบุคได้ โดยแอดมาที่ Bangkok@adviceforyou.org.uk หรืออีเมล์มาค่ะถ้าน้องๆสนใจคอร์สอื่นๆ เข้ามาชมเวปเราได้ที่ http://www.thailand.adviceforyou.org.uk